Support Center : (02) 997-2222-30 ext. 1364 และ 1106
เหตุฟ้องหย่า (ป.พ.พ.มาตรา 1516)


                                        เหตุฟ้องหย่า (ป.พ.พ.มาตรา 1516) โดยอาจารย์มงคล  เทียนประเทืองชัย
                                                            
            การที่สามีภริยาจะหย่าขาดจากกันนั้น สามารถทำได้ 2 กรณี คือ การหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายกับหย่าโดยคำพิพากษาของศาล
            การหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายนั้นต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานสองคนและการหย่าจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการหย่า
           ส่วนการหย่าโดยคำพิพากษาของศาลนั้นต้องเป็นไปตามที่ ป.พ.พ.มาตรา 1516 บัญญัติไว้จะอาศัยเหตุอื่นนอกเหนือจากนี้มาเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้
เหตุฟ้องหย่าตามที่ มาตรา 1516 กำหนดไว้มี 12 เหตุ คือ
1.  สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
2.  สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
          (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
          (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
          (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ
3.  สามีหรือภริยาทำร้ายหรือทรมานร่างกาย หรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
4.  สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
5.  สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหาย หรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
6.  สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่ เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
7.  สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
8.  สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฎิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ถ้ากระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
9.  สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะที่ยากจะหายได้กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
10.  สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องควาประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
11.  สามีภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรง อันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่ง และโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
12.  สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
          ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญ ที่ก่อให้เกิดรักความผูกพันต่อกัน ก่อให้เกิดการปฏิบัติตามประเพณี และการสร้างฐานะ เป็นแหล่งสร้างความมั่นคงเบื้องต้นให้กับสมาชิกในสังคม ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็อย่าได้หย่าขาดจากกันเลย เพราะอาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เช่น ปัญหาทางจิตใจของบุตรขาดความอบอุ่น ปัญหาการปกครองดูแลบุตร และปัญหาทางเศรษฐกิจความเป็นอยู่ในการดำรงชีพ แต่ถ้าทั้งสองทำบุญร่วมกันมาเพียงเท่านี้ เมื่อสิ้นบุญแล้วก็จะต้องแยกจากกัน ถ้าตกลงกันได้ด้วยดีก็แล้วไป แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จำเป็นต้องฟ้องศาลก็ขอให้ทั้งสองฝ่ายใช้เหตุแห่งการฟ้องหย่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ได้
                                                                                                                                                     

ข่าวอื่นๆในหมวด
หน้าที่ 1 2 3 4 5 6
 
 

Copyright © 2007 www.rsu-lawonline.com  All rights reserved.